โลจิสติกส์ที่จะก้าวเข้ายุคที่ใครๆ ก็เรียกว่า 4.0

Author : Vatcharapol Sukhotu, PhD
Ref: วารสาร FORWARD จาก TICON GROUP ฉบับที่ 14 เมษายน – มิถุนายน 2560 หน้า 4 – 5

ตอนนี้ใครๆ ก็พูดถึงเลข 4.0 ซึ่งมาในหลากหลายรูปแบบ เช่น การตลาด 4.0 ทรัพยากรมนุษย์ 4.0 หรือ การศึกษา 4.0 ซึ่งกระแส 4.0 ในประเทศไทยได้ก่อเกิดขึ้นมาจากการที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้นำแนวคิด “ประเทศไทย 4.0” มาเป็นแนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และก็ได้ถูกบรรจุเป็นส่วนหนึ่งในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ตั้งแต่ปลายปี 2559 ซึ่งโมเดลประเทศไทย 4.0 จะส่งเสริมให้มีการพัฒนาและและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ (value-added economy)

โดยคำว่า 4.0 ก็น่าจะเริ่มมาจากสิ่งที่เรียกว่า “Industry 4.0” หรือ “Industrie 4.0” ซึ่งมีที่มาจากคณะทำงาน Industrie 4.0 ที่ถูกตั้งขึ้นและได้เงินทุนจากรัฐบาลประเทศเยอรมันเพื่อศึกษาเกี่ยวกับการผลิตที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ชั้นสูง โดยการใช้ตัวเลข 4.0 นั้นก็ล้อมาจากยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรมโดยเริ่มต้นจากนยุคที่ 1 ที่เราใช้เครื่องจักรพลังไอน้ำในการขับเคลื่อนการผลิตในช่วงศตวรรษที่ 18 ถัดมาคือยุคที่ 2 ที่อยู่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 คือการผลิตจำนวนมากเพื่อลดต้นทุนการผลิต (mass production) และในยุคนี้ก็มีวลีโด่งดังของ Henry Ford ที่ว่า “A customer can have a car painted any color he wants as long as it’s black” ส่วนยุคที่ 3 ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมาและน่าจะดำเนินต่อไปในอนาคต 10  – 20 ปีข้างหน้าโดยเป็นยุคของการนำเทคโนโลยีด้าน computer มาใช้ในการควบคุมการผลิตแบบอัตโนมัติ (automation)  ส่วนยุคที่ 4 ก็เป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเครื่องจักรมีความฉลาดมากขึ้น ให้สามารถคิดตัดสินใจเองได้มากขึ้น สามารถเชื่อมต่อระหว่างกันและอาศัยข้อมูลต่างๆ ซึ่งรวมถึงข้อมูลที่ได้จากเซนเซอร์ของอุปกรณ์ต่างๆ ที่เชื่อมต่อกันทาง internet หรือที่เราเรียกกันว่า internet of things เพื่อการดำเนินการโดยอัตโนมัติ

รูปที่ 1 ลำดับของการพัฒนาอุตสาหกรรม

ที่มา Oxford Analytica

 

ซึ่งหากโยงเข้ามาสู่โมเดลประเทศไทย 4.0 ก็คือการที่อุตสาหกรรมนั้นมีการพัฒนาและเติบโตโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ (value-added economy) เพื่อขับเคลื่อนความมั่งคั่งของประเทศไทยจากประเทศรายได้ปานกลางสู่รายได้สูง ซึ่งในบริบทของการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศไทยก็จะสามารถไล่ลำดับได้ดังนี้ ประเทศไทย 1.0 เน้นการขับเคลื่อนด้วยเกษตรกรรม ถัดมา 2.0 คือการเน้นที่อุตสาหกรรมเบา และ 3.0 ก็มาสู่อุตสาหกรรมหนักในปัจจุบัน

รูปที่ 2 โมเดลขับเคลื่อนความมั่งคั่งของประเทศไทย

ที่มา ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย 4.0 กระทรวงอุตสาหกรรม

 

และพอโยงกระแส 4.0 มาถึงเรื่องโลจิสติกส์ก็ต้องว่าเรียกว่าโลจิสติกส์ 4.0 โดยโลจิสติกส์ 4.0 ก็จะต้องสนับสนุนให้การเคลื่อนย้ายของวัตถุดิบและสินค้าในโซ่อุปทานสามารถที่จะรองรับความต้องการของธุรกิจที่จะถูกขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ซึ่งการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการโดยนวัตกรรมนั้นอาจจะต้องอาศัยโลจิสติกส์ที่ตอบสนองรวดเร็วมากขึ้นและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ดังตัวอย่างจากผลการ survey CEO ของบริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ระดับโลก 14 ราย ที่ได้มีการพูดถึง model ของ Uber ที่เข้ามามีบทบาทในการขนส่งช่วงสุดท้ายที่จะถึงมือลูกค้า (last-mile delivery) ซึ่งมีการใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยเป็นอย่างมากและได้ส่งผลให้ต้นทุนนั้นต่ำกว่ารูปแบบการขนส่งแบบดั้งเดิมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปในปัจจุบันและต่อเนื่องไปในอนาคตได้ผลักดันให้เกิดธุรกิจที่ต้องมีการจัดส่งให้ถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็วในขณะที่ขนาดการจัดส่งแต่ละครั้งเล็กลง

นอกจากนี้โลจิสติกส์ก็จะต้องถูกบูรณาการเข้ากับกระบวนการต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจมากขึ้นโดยอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศในการเชื่อมต่อข้อมูลต่างๆ เพื่อใช้ในการวางแผน ควบคุม และดำเนินการกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ เช่น การใช้ software การวางแผนชั้นสูง (advanced planning) เข้ามา optimize แผนอุปสงค์และอุปทาน ตลอดไปจนถึงแผน inventory และการกระจายสินค้า เพื่อให้เกิดต้นทุนที่ต่ำที่สุด และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วขึ้น

แต่หากจะพูดถึงว่าโลจิสติกส์ 4.0 น่าจะหมายถึงอะไรกันจริงๆ แล้ว ผมก็จะขออ้างอิง Dr. Thomas Bauernhansl ผู้เชี่ยวชาญด้าน industry 4.0 ที่พูดถึงสิ่งที่เรียกว่า Smart Logistics ซึ่งก็คือการที่ Internet of Things เชื่อมต่อข้อมูลต่างๆ ระหว่างการผลิตใน Smart Factory กับอุปกรณ์ต่างๆ ในการดำเนินการกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ เช่น เครื่องจักรที่ส่งข้อมูลไปยังอุปกรณ์เคลื่อนย้ายสินค้าเพื่อนำเข้าจัดเก็บ หรือการที่ชิ้นส่วนที่ใช้ในการผลิตลดต่ำลงก็มีการสั่งการให้รถขนส่งไปรับชิ้นส่วนการผู้ผลิตชิ้นส่วน ซึ่งการที่เราจะก้าวเข้าไปถึงขั้นนั้นก็ต้องเริ่มจากการพัฒนากระบวนการด้านโลจิสติกส์ให้เป็นระบบเพื่อให้พร้อมที่จะนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ เพื่อให้มีการควบคุมกระบวนการด้านโลจิสติกส์ที่ดีขึ้นและสามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบในกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้

ผมก็หวังว่าเราจะสามารถขับเคลื่อนประเทศไปได้ตามโมเดลประเทศไทย 4.0 ซึ่งถ้าอุตสาหกรรมสามารถก้าวไปได้ตามนั้นจริง องค์กรต่างๆ ก็ต้องมองที่เรื่องโลจิสติกส์ด้วยว่าจะต้องมีการพัฒนาอย่างไรเพื่อให้สามารถก้าวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยก็คงจะต้องเริ่มมีการขยับปรับตัวก่อนที่จะไม่ทันคนอื่น

 

 

อ้างอิง

  • Oxford Analytica Daily Brief Service, 12 Oct 2016
  • ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย กระทรวงอุตสาหกรรม ตุลาคม 2559
  • Industry 4.0 : the next industrial revolution ผู้เขียน Sam Shead ใน The Engineer (Online), London
  • บทสัมภาษณ์ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 2 พ.ค. 2559
  • The 2016 3PL CEO Survey: Threats, Disruptions and Opportunities ใน Supply Chain Management Review Apr 2016
  • Fraunhofer Forum: Applied Innovation in Smart Factory and Energy, Berlin, Oct 2014 โดย Dr. Thomas Bauerhansl